17 พฤศจิกายน 2567

วันเพ็ญเดือน ๑๒ เป็นนักขัตฤกษ์ชักโคมลอยโคมดอกกระมุทอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที

วันเพ็ญเดือน ๑๒
เป็นนักขัตฤกษ์ชักโคมลอยโคมดอกกระมุทอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที
 

 
พิธีจองเปรียง ในวันเพ็ญเดือน ๑๒
ประชาชนชายหญิง ต่างตกแต่งโคมชักโคมแขวน โคมลอยทุกตระกูลทั่วทั้งพระนครแล้วก็ชวนกันเล่นมหรสพสิ้นสามราตรี แต่บรรดาข้าเฝ้าฝ่ายราชบุรุษนั้น ต่างคำโคมประเทียบบริวารวิจิตรด้วยลวดลายวาดเขียนเป็นรูป และสัญฐานต่างๆ ประกวดกันมาชักมาแขวนเป็นระเบียบรายตามแนวโคมชัยเสาระหงตรงหน้า่พระที่นั่งชลพิมาน ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระราชอุทิศสักการบูชาพระมหาเกศธาตุจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์
 
ฝ่ายพระสนมกำนัลก็ทำโคมลอยร้อยด้วยบุปผาชาติเป็นรูปต่างๆ
ประกวดกัน ถวายให้ทรงอุทิศบูขาบวรพุทธบาท ซึ่งประดิษฐานยังนัมมทานที
ราชประเพณีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประพฤติมาแต่ก่อน ถ้าทอดพระเนตรชักโคมลอยโคมแล้ว ก็เสด็จลงเรือพระที่นั่งไปถวายดอกไม้เพลิงบูชาพระรัตนตรัยทุกพระอารามหลวง บรรดาที่อยู่ริมฝั่งนทีจนรอบกรุงทั้งทรงทอดบังสุกุลจีวร ทรงพระราชอุทิศถวายพระภิกษุสงฆ์ อันพึงปรารถนานั้นด้วย
 
ดอกกระมุท
ถ้าชาติอุบลเหล่าใดบานผกาเกสรรับแสงพระจันทร์แล้วก็ได้ชื่อว่า “ดอกกระมุท” ข้าพระองค์จึ่งทำโคมลอยเป็นรูปดอกกระมุท ซึ่งบังเกิดมีอยู่ยังนัมมานที อันเป็นที่พระบวรพุทธบาทประดิษฐาน กับแกะรูปมยุราคณานกวิหคประดับ และมีประทีปเปรียงเจือด้วยไขข้อพระโคถวายในการทรงพระราชพิธีอุทิศครั้งนี้ ด้วยจะให้ถูกต้องสมกับนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน ๑๒ พระราชพิธีจองเปรียง
 
นางนพมาศ
บิดาชื่อ”โชติรัตน”์ (ออกพระศรีมโหสถ ยศกมเลศครรไลหงส์พงศมหาพฤฒาจารย์)มีเกี่ยรติยศยิ่งกว่านักปราชญ์ราชบัญฑิตทั้งปวง มารดาชื่อ “เรวดี”
ยี่เป็ง วันเพ็ญเดือน ๒ (เหนือ)
ชาวล้านนานิยมจุดผางประทีป เป็นพุทธบูชาสืบเนื่องมาจาก ตำนานพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ ได้แก่ พระกกุสันธะ พระโกนาคม พระกัสสปะ พระโคดม พระศรีอริยะเมตไตร พระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ได้ถือกำเนิดจากแม่กาเผือก

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น