วันเพ็ญเดือน ๑๒
พิธีจองเปรียง ในวันเพ็ญเดือน ๑๒
ประชาชนชายหญิง
ต่างตกแต่งโคมชักโคมแขวน
โคมลอยทุกตระกูลทั่วทั้งพระนครแล้วก็ชวนกันเล่นมหรสพสิ้นสามราตรี
แต่บรรดาข้าเฝ้าฝ่ายราชบุรุษนั้น
ต่างคำโคมประเทียบบริวารวิจิตรด้วยลวดลายวาดเขียนเป็นรูป และสัญฐานต่างๆ
ประกวดกันมาชักมาแขวนเป็นระเบียบรายตามแนวโคมชัยเสาระหงตรงหน้า่พระที่นั่งชลพิมาน
ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระราชอุทิศสักการบูชาพระมหาเกศธาตุจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์
ฝ่ายพระสนมกำนัลก็ทำโคมลอยร้อยด้วยบุปผาชาติเป็นรูปต่างๆ
ประกวดกัน ถวายให้ทรงอุทิศบูขาบวรพุทธบาท ซึ่งประดิษฐานยังนัมมทานที
ราชประเพณีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประพฤติมาแต่ก่อน
ถ้าทอดพระเนตรชักโคมลอยโคมแล้ว
ก็เสด็จลงเรือพระที่นั่งไปถวายดอกไม้เพลิงบูชาพระรัตนตรัยทุกพระอารามหลวง
บรรดาที่อยู่ริมฝั่งนทีจนรอบกรุงทั้งทรงทอดบังสุกุลจีวร
ทรงพระราชอุทิศถวายพระภิกษุสงฆ์ อันพึงปรารถนานั้นด้วย
ดอกกระมุท
ถ้าชาติอุบลเหล่าใดบานผกาเกสรรับแสงพระจันทร์แล้วก็ได้ชื่อว่า “ดอกกระมุท”
ข้าพระองค์จึ่งทำโคมลอยเป็นรูปดอกกระมุท ซึ่งบังเกิดมีอยู่ยังนัมมานที
อันเป็นที่พระบวรพุทธบาทประดิษฐาน กับแกะรูปมยุราคณานกวิหคประดับ
และมีประทีปเปรียงเจือด้วยไขข้อพระโคถวายในการทรงพระราชพิธีอุทิศครั้งนี้
ด้วยจะให้ถูกต้องสมกับนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน ๑๒ พระราชพิธีจองเปรียง
นางนพมาศ
บิดาชื่อ”โชติรัตน”์
(ออกพระศรีมโหสถ
ยศกมเลศครรไลหงส์พงศมหาพฤฒาจารย์)มีเกี่ยรติยศยิ่งกว่านักปราชญ์ราชบัญฑิตทั้งปวง
มารดาชื่อ “เรวดี”
ยี่เป็ง วันเพ็ญเดือน ๒ (เหนือ)
ชาวล้านนานิยมจุดผางประทีป
เป็นพุทธบูชาสืบเนื่องมาจาก ตำนานพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ ได้แก่
พระกกุสันธะ พระโกนาคม พระกัสสปะ พระโคดม พระศรีอริยะเมตไตร
พระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ได้ถือกำเนิดจากแม่กาเผือก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น