03 มิถุนายน 2563

วิเคราะห์เสาอโสก

วิเคราะห์เสาอโสก
อ้างอิงจากหนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” หน้า ๑๗๙-๑๙๓

เสาอโสกในประเทศอินเดีย บันทึกอะไร? ใครเป็นคนบันทึก? บันทึกไว้เมื่อไร?
เสาอโสก.png
เสาอโสก เป็นที่รู้จักกันดีว่าพระเจ้าอโสกในอินเดียบันทึกไว้ แต่ในบันทึกเสาอโสกไม่เคยมีจารึกคำว่า “พระเจ้าอโสก” แม้แต่อย่างไร มีแต่บันทึกว่า ผู้ที่บันทึกคือ “พระเจ้าเทวานัมปิยะ ปิยะทัสสี” ในการจารึกจะเป็นการจารึกให้คนเป็นคนดี มีศีลธรรม ไม่เคยมีจารึกหลักคำสอนของพระพุทธองค์แต่อย่างใด อย่างที่เป็นที่นิยมในเมืองไทย คือ “พระคาถาเยธัมมา” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจารึก ที่เก่าแก่ในประเทศไทยที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ที่ว่าเก่าแก่เพราะว่า ในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าอโสก มีการเผยแผ่ศาสนาไป ๙ สาย เป็นที่นิยมสร้างเสาหินที่มีธัมมจักรอยู่บนยอด และจารึกพระคาถา “เยธัมมา”

สมมุติฐานของหนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” นี้ สันนิษฐานว่าชมพูทวีป คือ ดินแดนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพระเจ้าอโสกก็เผยแผ่ศาสนาจากชมพูทวีปแห่งนี้ (เมืองของพระเจ้าอโสก สันนิษฐานว่าคือ เมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์) ไปยังสายต่างๆ อีกมาก รวมทั้งในอินเดีย อินเดียตะวันตก (อาฟกานิสถาน ปากีสถาน เป็นต้น) เราถูกปลูกฝังให้เชื่อว่าพระเจ้าอโสกคือ คนอินเดีย อยู่ประเทศอินเดีย แต่ที่แท้จริงแล้วไม่ใช่ อยากให้ผู้อ่านลองพิจารณาเหตุผลที่ผู้เขียนพยายามอธิบายไว้ เพื่อนำมาพิจารณา

คุณลักษณะของเสาอโสกในอินเดีย
– ผู้จารึกเสาอโสก ชื่อ “เทวานัมปิยะ ปิยะทัสสี”
– บันทึกด้วยอักษร ๔ ชนิด คือ อักษรพราหมี อักษรขโรษฐี อักษรกรีก และอักษรอะระเมอิก
– มีการจารึกทั้งบนแผ่นดินและเสา
– เป็นเสาหินที่นิยมทำกันในสมัยนั้น โดยเฉพาะจารึกของพวกฮินดู
– บันทึกบนเสาให้เป็นคนดี ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ เชื่อฟังบิดามารดา เป็นต้น
– พระเจ้าอโสกในอินเดีย ประสูติในปีพ.ศ.๒๓๙ ซึ่งประสูติหลังการทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๓ (พ.ศ.๒๓๕) ซึ่งรายละเอียดเรื่องพระเจ้าอโสกได้เขียนไว้ละเอียดพอสมควร (จากโพสต์ก่อนหน้า) ซึ่งหลายอย่างมันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง
– จารึกหลักที่ ๑๓ ที่เกี่ยวกับสงครามกลิงค์ ที่ทางอินเดียเชื่อว่าเกิดขึ้นในปีพ.ศ.๒๘๐ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง พระเจ้าอโสกผู้ที่ทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๓ (พ.ศ.๒๓๕) คงชราภาพแล้ว ไม่น่าทำสงครามกลิงค์ในปีพ.ศ.๒๘๐ ผู้ที่จารึกเสาอโสกและทำสงครามกลิงค์ ไม่น่าใช่พระเจ้าอโสกแห่งชมพูทวีป
– กษัตริย์เมืองต่างๆ ที่บันทึกไว้ในเสาอโสก ไม่ว่าราชวงศ์เซลูซิด อียิปต์ เมซาโดเนีย ปโตเลมิค หรือ เอพิรัส ไล่เลียงดูแล้ว จะไม่ตรงกับช่วงครองราชย์ของพระเจ้าอโสกเลย (ฝรั่งจึงอุปโลกน์ให้พระเจ้าอโสกที่อินเดียประสูติปี พ.ศ.๒๓๙ ซึ่งจะได้สัมพันธ์กับสงครามกลิงค์ปี พ.ศ.๒๘๐ เพื่อให้พระเจ้าอโสกที่อินเดีย (Ashoka พระเจ้าอโชก้า) มีพระชนม์ ๔๑ พรรษาเมื่อทำสงครามกลิงค์ เพราะถ้าใช้ปี พ.ศ. ที่กล่าวไว้ในพระอรรถกถาหรือคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา พระเจ้าอโสกองค์จริงประสูติปี พ.ศ.๑๘๔ ทำสังคายนาพ.ศ.๒๓๕ (พระชนม์พรรษา ๕๑ พรรษา) และจะทำสงครามกลิงค์เมื่อพระชนมายุ ๙๖ พรรษาซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย โดยลืมคิดไปว่า ผลงานชิ้นโบว์แดงของพระเจ้าอโสก คือ การทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๓ (พ.ศ.๒๓๕) และทำการเผยแผ่พระศาสนาไป ๙ สาย (พ.ศ.๒๓๖) ช่วง พ.ศ.ตรงนี้ผิดไป แล้วมาแก้ต่างว่า ประเทศไทยนับ พ.ศ.ผิดไป)
ในเมื่อพระเจ้าอโสกเผยแผ่ศาสนาไป ๙ สาย ทำไมไม่มีการจารึกเกี่ยวกับ หลักธรรมะของพระพุทธองค์เลย อย่างน้อย เช่น เยธัมมา หัวใจพระพุทธศาสนา ที่พบได้หลายที่ในเมืองไทย

ซับจำปา.png 

ประเทศไทยมีเสาลักษณะคล้ายคลึงกับเสาอโสก คือ เสาธัมมจักรแปดเหลี่ยม ที่มีรูปธัมมจักรตั้งไว้บนหัวเสา ตัวอย่างเช่น เสาธัมมจักรที่ซับจำปา จังหวัดลพบุรี หรือ เสาธรมมจักรที่มีมากในจังหวัดนครปฐม เป็นต้น

ชื่อ พระเจ้า “เทวานัมปิยะ ปิยะทัสสี” แปลความหมายคือ พระเจ้าเทวานัมปิยะผู้เป็นที่รักของเทวดา ซึ่งตรงกับในคัมภีร์มหาวงษ์ที่ว่า พระเจ้าเทวานัมปิยะดิสกษัตริย์ของลังกา ผู้คนจะเรียกท่านว่า พระเจ้าเทวานัมปิยะดิส ผู้เป็นที่รักของเทวดา เพราะพระองค์ชอบทำบุญทำทานมาก และช่วงระยะเวลาครองราชย์ก็ตรงกับจารึกอโสกหลักที่ ๑๓ รายละเอียดยังจะไม่กล่าวในที่นี้

เสาอโสก (Ashoka Pillas) และเสาที่คล้ายคลึงกันในประเทศอินเดีย

Heliodorus.png

ตัวอย่างเสาจารึกที่มีอายุใกล้เคียงกันและสถานที่ใกล้เคียงกัน “เสาฮีลิโอโดรัส” คือ เสาหินที่ถูกสร้างขึ้นมาประมาณปี พ.ศ.๔๓๐ ในภาคกลางของอินเดียในเมือง Vidisha (เมืองในรัฐมัธยมประเทศ อินเดีย) โดยเฮลิโอโดรัส ซึ่งเป็นเอกอัครราชทูตของกษัตริย์อินโด-กรีกชื่อAntialcidas ไปยังศาลของกษัตริย์ศุงคะ ชื่อ Bhagabhadra ที่เสามีคำจารึกอยู่สองส่วน

– ส่วนแรกบรรยายถึงสถานการณ์ ของเฮลิโอโดรัสและความสัมพันธ์ของเขากับราชวงศ์ศุงคะและราชอาณาจักรอิโด-กรีก
– ส่วนที่สองบอกรายละเอียดเกี่ยวความเชื่อในด้านจิตวิญญาณที่มีของเฮลิโอโดรัส พวกเขาปฏิบัติเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์ ให้ประพฤติตนเป็นคนดี ให้ช่วยเหลือคนอื่นมีความอดกลั้น ทำการกุศล มีจิตสำนึกที่ดี เนื้อความมีประมาณว่า “เสาครุฑของพระวิษณุ, ซึ่งพระวิษณุเป็นหัวหน้าของเทพเจ้าทั้งปวง, สร้างโดยเฮลิโอดูรา บุตรชายของ Takhkhasila, เอกอัครราชทูตกรีกที่มาจากกษัตริย์ Amtalikita ถึงกษัตริย์ Kãsîputra Bhãgabhadra เป็นผู้กอบกู้, สร้างความเจริญในสิบสี่ปีของแคว้น สามสิ่งที่จะไปสู่ความเป็นอมตะ ถ้าทำตามอย่างถูกต้อง จะนำไปสู่สวรรค์ คือ การควบคุม ความเอื้ออาทร และ ความตั้งใจ”
ตัวอย่างของเสาเฮลิโอโดรัส เป็นเสาของพราหมณ์ฮินดูที่บันทึกเหตุการณ์ของผู้ปกครองแผ่นดิน โดยมีการสร้างเสาครุฑถวายพระวิษณุ เป็นเสาของศาสนาฮินดู เสาอโสกมีลักษณะคล้ายกับเสาเฮลิโอโดรัส มีสถานที่ต้งใกล้กัน ลวดลายของเสาคล้ายกัน อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน อายุใกล้เคียงกัน หรือ การจารึกลายมือคล้ายกัน เช่น สถูปสาญจีและเสาเฮลิโอโดรัส เป็นต้น

ความน่าจะเป็นของเสาอโสกที่มีในอินเดีย คือ
๑. อาจเป็นเสาของพวกฮินดูที่มีอยู่ทั่วไปในอินเดีย
๒. อาจเป็นเสาของพระเจ้าเทวานัมปิยะดิส ผู้เป็นที่รักของเทวดา กษัตริย์ลังกา (ซึ่งในข้อสันนิษฐานของหนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” ลังกาทวีปก็ตั้งอยู่ในดินแดนประเทศไทย ไม่ใช่ศรีลังกา)
๓. เป็นไปได้ทั้งข้อ๑. และ ๒. แต่เสาอโสกในอินเดีย ไม่ใช่เสาที่พระเจ้าอโสกแห่งชมพูทวีป (เช่นเดียวกันชมพูทวีปก็ตั้งอยู่ในดินแดนประเทศไทย) ผู้ซึ่งทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๓ เป็นคนทำการจารึกแน่นอน

หวังว่าการวิเคราะห์นี้อาจช่วยให้เห็นภาพบางอย่างได้แจ่มชัดขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น