03 มิถุนายน 2563

การสังเกตโบราณสถานยุคพุทธกาล

การสังเกตโบราณสถานยุคพุทธกาล
อ้างอิงจาก หนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป”
 
การสังเกตโบราณสถานยุคพุทธกาล.png 
 
บันไดแก้ว.jpg 
 
ในยุคพุทธกาล ส่วนมากยังคงให้หินธรรมชาติเป็นการก่อสร้าง ในยุคพุทธกาลยังไม่มีการสร้างด้วยอิฐแดง 
 
ศิลาแลง เริ่มนิยมใช้ในสมัยพระเจ้าอโสก (ในที่นี้หมายถึงพระเจ้าอโสกที่เป็นชาวชมพูทวีป ปัจจุบันคือ ประเทศไทย) เป็นต้นไป ยุคสมัยพระเจ้าอโสกมีการสร้างพุทธสถานหลายที่ เนื่องจากพระองค์รับสั่งให้กษัตริย์ทั่วชมพูทวีป สร้างสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากกรุงราชคฤห์ (ปัจจุบัน อยู่ที่อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ) เพื่ออัญเชิญไปบรรจุทั่วชมพูทวีป เรื่องนี้มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก พระบรมสารีริกธาตุที่พระมหากัสสปะรวบรวมไว้ในกรุงราชคฤห์แล้วพระเจ้าอโสกนำไปบรรจุทั่วชมพูทวีป ขณะนี้พระบรมสารีริกธาตุส่วนมากอยู่ในประเทศไทย และบางส่วนอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ลาว พม่า จีนตอนใต้ (สิบสองปันนา) เป็นต้น นั่นหมายความว่า ชมพูทวีปก็คือ ประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านบางส่วน 
 
พระธาตุแช่แห้ง.png 
 
           ในช่วงแรกที่กษัตริย์ทั่วชมพูทวีป อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปบรรจุตามหัวเมืองต่างๆ ตามรับสั่งของพระเจ้าอโสก จะทำไม่ใหญ่ จะทำเล็ก ๆ ตัวอย่างเช่น พระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน พระธาตุแช่แห้งไม่ได้ทำการบูรณะโดยการสร้างทับของเก่า แต่จะทิ้งของเก่าไว้ด้านหน้า และสร้างองค์ใหม่ไว้ แต่ส่วนมากการบูรณะคือ การต่อเติมของเก่าขึ้นไปให้ใหญ่ขึ้น ซึงจะเกิดการสับสนว่า ของจริงสร้างเมื่อใดกันแน่ ตัวอย่างเช่น พระปฐมเจดีย์ 
 
 
พระปฐมเจดีย์.png
อ้างอิงจาก หนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” หน้า ๔๙๕-๔๙๘
พระปฐมเจดีย์ มีการบูรณะถึง ๔ ครั้ง แต่ละครั้งก็จะมีตำนานบันทึกไว้ แต่คนชั้นอ่านเจอคนละตำนานก็คิดว่า พระปฐมเจดีย์สร้างไว้ตามตำนานที่ตนอา่น พระปฐมเจดีย์ สร้างขึ้นหลังจากที่พระเจ้าอโสก (พระเจ้าอโสก ไม่ใช่พระเจ้าอโสกของอินเดียที่ฝรั่งอุปโลกน์ขึ้น แต่เป็นพระเจ้าอโสกของชมพูทวีป หรือของไทยเรา) ได้ส่งสมณทูตไปเผยแผ่ศาสนา ๙ สาย สายนี้เรียกว่า สายสุวัณภูมิ (ชาวเมืองเรียกตัวเองว่า เมือง

เถือมทอง:เจ้าคุณอ่ำวัดโสมนัส) พระปฐมเจดีย์มีการบูรณะ ๔ ครั้งดังนี้
สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๖๕ โดยพ่อขุนทองเมือง และพระลูกเจ้าเดือนเด่นฟ้า
ครั้งที่ ๑ เมื่อพ.ศ.๗๖๓ โดยพระลูกเจ้าเรืองแสงฟ้า
ครั้งที่ ๒เมื่อพ.ศ.๑๑๒๒ โดยขุนฟ้าเมืองไทย ครั้งนี้จะตรงกับเรื่องของพระยากง พระยาพาน
ครั้งที่ ๓ ราวพ.ศ. ๑๘๐๐ โดยพระศรีศรัทธา
  ครั้งที่ ๔ โดยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
         พระปฐมเจดีย์มีฐานเป็นศิลาแลง
 
  การบูรณะพระปฐมเจดีย์ ครั้งที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ สมัยพระยากง พระยาพาน จึงทำให้ชนชั้นหลังคิดว่า พระปฐมเจดีย์สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.๑๑๒๒ เท่านั้นเอง แต่จริงๆ เป็นการบูรณะจากของเดิม
          สมัยพระเจ้าอโสก ตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ.๒๒๐ เป็นต้นไป (ในที่นี้หมายถึงพระเจ้าอโสกที่เป็นชาวชมพูทวีป ปัจจุบันคือ ประเทศไทย ไม่ใช่อินเดีย) จะสังเกตว่า มีการก่อสร้างพุทธสถาน วัดวาอาราม เป็นจำนวนมาก และจะนิยมใช้ศิลาแลงในการก่อสร้างในยุคนั้น จะสังเกตฐานของสิ่งก่อสร้างทั้งหลายที่สร้างขึ้นในยุคพระเจ้าอโสก ฐานของสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นจะเป็นศิลาแลง (แบบผุกร่อนมากๆ) ส่วนใหญ่จะสร้างทับที่เดิมที่เป็นศิลาแลงสมัยยุคพระเจ้าอโสกมาแล้ว สังเกตได้จะมีฐานศิลาแลงเก่ารองรับสิ่งที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยหลังมา หรือแม้กระทั่งโบราณสถานที่มีศิวลึงค์และฐานโยนี ก็สร้างทับสถานที่เดิมที่เคยเป็นพุทธสถานมาก่อน เช่น พระปรางค์สามยอด เป็นต้น
 
วัดอโสการาม.jpg
 
ข้อสรุป
  • ยุคพุทธกาล สิ่งก่อสร้างต่างๆ มักทำด้วยหินธรรมชาติ ยังไม่มีการสร้างด้วยอิฐแดง
  • ยุคพระเจ้าอโสก (ชมพูทวีป หรือ ประเทศไทย ไม่ใช่อินเดีย) สิ่งก่อสร้างนิยมสร้างด้วยศิลาแลง
  • สิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นมาภายหลัง ส่วนมากจะสร้างทับสถานที่เดิม และบูรณะขึ้นมาใหม่
 
อ้างอิงจาก หนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” หน้า ๔๙๕-๔๙๘

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น