03 มิถุนายน 2563

รตนสุต์ต – การเดินทางของพระพุทธเจ้าจากราชคฤห์ไปเวสาลี เพื่อขจัดภัยของชาวเวสาลี

รตนสุต์ต

รัตนปริตรมาที่มาจากรัตนสูตร “รตนสุต์ต” บทสวดนี้จะเริ่มจากบทขัดรัตนปริตร เป็นบทสวดบอกเล่าคุณของรัตนปริตรว่า มนต์นี้เป็นที่ยอมรับของเทวดาว่าสามารถขับไล่ ป้องกัน และต้านทานภัย ของชาวกรุงเวสาลี แคว้นวัชชี

ชาวกรุงเวสาลีถูกภัย ๓ อย่าง คือ
๑. ทุพภิกขภัย – ข้าวยากหมากแพง ภัยแล้ง
๒. อมนุสสภัย – ภัยจากภูตผี ปีศาจ
๓. โรคภัยเบียดเบียน – ภัยจากโรคระบาด (อหิวาตกโรคขณะนั้น)

จาก อรรถกถา ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ รัตนสูตรในขุททกปาฐะ

รัตนสูตร.jpgScreen Shot 2563-03-03 at 14.15.54.png
Screen Shot 2563-03-03 at 14.16.05.pngScreen Shot 2563-03-03 at 14.16.17.png

 ผู้คนในเมืองเวสาลี ล้มตายจำนวนมาก กษัตริย์ลิดฉวีจึงปรึกษากันว่าภัยนี้ของเรา จะระงับไปได้อย่างไร? บางพวกตรัสว่า ได้ยินว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติแล้วในโลก, พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงแสดงธรรมเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ปวงสัตว์ ทรงมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก พอพระองค์ย่างพระบาทลงเท่านั้น ภัยทุกอย่าง ก็จะระงับไป

IMG_7490.JPG

จึงปรึกษากันว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น บัดนี้ ประทับอยู่กรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารทรงอุปฐากอยู่ เกรงท้าวเธอจะไม่ให้เสด็จมา. กษัตริย์ลิดฉวีแต่งเครื่องราชบรรณาการ พร้อมด้วยกองกำลังขนาดใหญ่ ไปยังราชสำนักพระเจ้าพิมพิสาร

เจ้าลิจฉวีทั้งสองพระองค์เสด็จไปถวายเครื่องบรรณาการแด่พระเจ้าพิมพิสาร แล้วแจ้งให้ทรงทราบเรื่องราวแล้วทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดส่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมายังนครของข้าพระองค์ด้วยเถิด.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพิจารณาว่า เมื่อตรัสรตนสุต์ตในกรุงเวสาลี การอารักขาจักแผ่ไปแสนโกฏิจักรวาล จบสูตร สัตว์ ๘๔,๐๐๐ จักตรัสรู้ธรรม แล้วจึงทรงรับนิมนต์.

ครั้งนั้น พระเจ้าพิมพิสารทรงสดับข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับนิมนต์แล้ว โปรดให้โฆษณาไปในพระนครว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับนิมนต์เสด็จไปกรุงเวสาลีแล้ว เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ทรงรับจะเสด็จไปกรุงเวสาลีหรือ พระเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ถวายพระพร มหาบพิตร”

พระเจ้าพิมพิสารทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าอย่างนั้น โปรดทรงรอจนกว่าจะจัดแจงหนทางถวายนะ พระเจ้าข้า”

พระเจ้าพิมพิสารทรงทำพื้นที่ ๕ โยชน์ (๘๐ กิโลเมตร) จากกรุงราชคฤห์ ถึงแม่น้ำคงคาให้ราบเรียบ แล้วทรงให้จัดเอาดอดไม้ ๕ สี โปรยตลอดทาง ๕ โยชน์ให้ยกธงผ้า หม้อน้ำและต้นกล้วยเป็นต้น ให้กั้นเศวตฉัตร ๒ ชั้นสำหรับพระผู้มีพระภาคเจ้า ฉัตรชั้นเดียวสำหรับพระภิกษุแต่ละรูป ทรงทำการบูชาด้วยดอกไม้และของหอมเป็นต้นพร้อมด้วยราชบริพารของพระองค์ ให้พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในวิหารหลังหนึ่งๆ ถวายมหาทาน ทรงนำเสด็จสู่ฝั่งแม่น้ำคงคา

ณ ที่นี้ ทรงประดับเรือด้วยเครื่องประดับทุกอย่าง แล้วทรงส่งสาสน์ไปถวายเจ้าลิจฉวีกรุงเวสาลีว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาแล้ว ขอเจ้าลิจฉวีทุกพระองค์ ตกแต่งหนทางถวายการรับเสด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด.

เจ้าลิจฉวีเหล่านั้นตกลงกันว่าจะทำการบูชาเป็นสองเท่า ทำพื้นที่ ๓ โยชน์ (๔๘ กิโลเมตร) ระหว่างกรุงเวสาลีและแม่น้ำคงคาให้เรียบร้อย จัดเศวตฉัตร ๔ ชั้นสำหรับพระผู้มีพระภาคเจ้า สำหรับพระภิกษุแต่ละรูปๆ ละ ๒ ชั้น ทำการบูชา เสด็จมาคอยอยู่.

ครั้งนั้น พระเจ้าพิมพิสารทรงทำเรือขนาน ๒ ลำแล้วสร้างมณฑป ประดับด้วยพวงดอกไม้ ปูลาดพุทธอาสน์ทำด้วยรัตนะล้วน ณ มณฑปนั้น. ทีนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์นั้น. แม้ภิกษุ ๕๐๐ รูปก็ลงเรือนั่งกันตามสมควร พระราชาส่งเสด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ลงน้ำประมาณแต่พระศอ กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จักอยู่กันริมฝั่งแม่น้ำคงคานี้นี่แหละ จนกว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าจะเสด็จกลับมา แล้วก็เสด็จกลับ.

เทวดาเบื้องบนจนถึงอกนิษฐภพ ได้พากันทำการบูชา. นาคราชทั้งหลายมีกัมพลนาคและอัสสตรนาคเป็นต้น ซึ่งอาศัยอยู่ใต้แม่น้ำคงคา ก็พากันทำการบูชา. ด้วยการบูชาใหญ่อย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปทางแม่น้ำคงคา สิ้นระยะทางไกลประมาณโยชน์หนึ่ง ก็เข้าเขตแดนของพวกเจ้าลิจฉวี กรุงเวสาลี.

ต่อนั้น พวกเจ้าลิจฉวีก็ทำการบูชาเป็น ๒ เท่าที่พระเจ้าพิมพิสารทรงทำการบูชา ออกไปรับเสด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงในน้ำประมาณแค่พระศอ. ขณะนั้นเอง ครู่นั้นเอง มหาเมฆมียอดคลุมด้วยความมืด มีแสงฟ้าแลบเคลื่อนตัวไป ส่งเสียงคำรามครืนครั่นก็ตั้งขึ้นทั้งสี่ทิศ. ลำดับนั้น พอพระผู้มีพระภาคเจ้ายกพระบาทแรกวางลงริมฝั่งแม่น้ำคงคา ฝนโบกขรพรรษก็โปรยเม็ดลงมา ชนเหล่าใดต้องการจะเปียก ชนเหล่านั้นเท่านั้นย่อมเปียก ผู้ไม่ต้องการเปียกก็ไม่เปียก ในที่ทุกแห่ง น้ำย่อมไหลไปเพียงแค่เข่า แค่ขา แค่สะเอว แค่คอ ซากศพทั้งปวงถูกน้ำพัดส่งลงสู่แม่น้ำคงคา พื้นดินก็สะอาดสะอ้าน.

พวกเจ้าลิจฉวีให้พระผู้มีพระเจ้าประทับอยู่ทุกๆ หนึ่งโยชน์ ในระหว่างทางถวายมหาทาน ทรงทำการบูชาเป็นทวีคูณ ๓ วัน จึงนำเสด็จสู่กรุงเวสาลี. เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จถึงกรุงเวสาลี ท้าวสักกะจอมทวยเทพ อันหมู่เทพห้อมล้อมก็เสด็จมาถึง. พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับยืนใกล้ประตูพระนครทรงเรียกท่านพระอานนท์มา สั่งว่า ดูก่อนอานนท์ เธอจงเรียนรตนสุต์ตนี้ ถือเครื่องประกอบพลีกรรม เที่ยวเดินไประหว่างปราการ ๓ ชั้นแห่งกรุงเวสาลีกับพวกเจ้าลิจฉวีราชกุมาร ทำพระปริตร แล้วได้ตรัสรตนสุต์ต.

ดังนั้น ในวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จถึงกรุงเวสาลีนั่นเอง รตนสุต์ตนี้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสใกล้ประตูกรุงเวสาลี เพื่อกำจัดอุปัทวะเหล่านั้น ท่านพระอานนท์ก็เรียนเอา เมื่อจะกล่าวเพื่อเป็นปริตร [ป้องกันอุปัทวะ] จึงเอาบาตรของพระผู้มีพระภาคเจ้าตักน้ำมา เดินประพรมไปทั่วพระนคร.

พอพระเถระกล่าวว่า ยงฺกิญฺจิ เท่านั้น พวกอมนุษย์ที่อาศัยกองขยะและที่ฝาเรือนเป็นต้น ซึ่งยังไม่หนีไปในตอนแรก ก็พากันหนีไปทางประตูทั้ง ๔. ประตูทั้งหลายก็ไม่มีที่ว่าง อมนุษย์บางพวก เมื่อไม่ได้ที่ว่างที่ประตูทั้งหลาย ก็ทลายกำแพงเมืองหนีไป. พอพวกอมนุษย์พากันไปแล้ว ที่เนื้อตัวของพวกมนุษย์ทั้งหลาย โรคก็สงบไป พวกมนุษย์ทั้งหลายก็พากันออกมาบูชาพระเถระด้วยดอกไม้ของหอมเป็นต้นทุกอย่าง มหาชนเอาของหอมทุกอย่างฉาบทาสัณฐาคารที่ประชุม ท่ามกลางพระนคร ทำเพดานขจิตด้วยรัตนะ ประดับด้วยเครื่องประดับทั้งปวง ปูพุทธอาสน์ลง ณ ที่นั้นแล้วนำเสด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ามา.

พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าสู่สัณฐาคาร ประทับนั่งเหนืออาสนะที่เขาปูไว้. ทั้งภิกษุสงฆ์ คณะเจ้าและมนุษย์ทั้งหลายก็นั่ง ณ อาสนะที่เหมาะที่ควร. แม้ท้าวสักกะ จอมทวยเทพก็ประทับนั่งใกล้กับเทวบริษัท ในเทวโลกทั้งสอง ทั้งเทวดาอื่นๆ ด้วย. แม้ท่านพระอานนทเถระ ก็เที่ยวเดินไปทั่วกรุงเวสาลี ทำอารักขาแล้ว ก็มาพร้อมกับชาวกรุงเวสาลี นั่ง ณ ที่ควรส่วนหนึ่ง.

ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ตรัสรตนสุต์ตนั้นแหละแก่ทุกคนแล.

ก็มาติกา หัวข้อใด ข้าพเจ้าตั้งไว้ว่า ข้าพเจ้าจักประกาศนัยนี้ว่า รตนสุต์ตนี้ผู้ใดกล่าว กล่าวเมื่อใด กล่าวที่ใด และกล่าวเพราะเหตุใด มาติกานั้นเป็นอันข้าพเจ้ากล่าวไว้พิสดารแล้วโดยประการทั้งปวง ด้วยถ้อยคำมีประมาณเท่านี้.
IMG_7496.JPG
———————————————————————————–
การจำลองเส้นทางการเดินทางของพระพุทธเจ้าจากกรุงราชคฤห์ถึงกรุงเวสาลี จากรัตนปริตรสูตร (ก่อเกิดตำนานทำนํ้ามนต์)

อ้างอิงจากหนังสือ ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป หน้า ๗๒

เส้นทาเดินทางจากราชคฤห์ไปเวลาลี.jpg

เส้นการเดินทางของพระพุทธศาสดาจากกรุงราชคฤห์แคว้นมคธ ถึงเมืองเวสาลีแคว้นวัชชี
 
สันนิษฐานว่า
 
กรุงราชคฤห์ปัจจุบันตั้งอยู่อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ
เมืองเวสาลีปัจจุบันคือ เมืองเก่าเวสาลี อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์

การเดินทางของพระพุทธเจ้าจากกรุงราชคฤห์ ไปยังเมืองไพศาลี แคว้นวัชชี โดยมีพระเจ้าพิมพิสารไปส่งเสด็จ จากเมืองราชคฤห์ (ชัยภูมิ) ลงไปถึงแม่น้ำคงคา (ป่าสัก) มีดังนี้

๑. พระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์มคธ ทรงส่งเสด็จพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระอรหันต์ทั้ง ๕๐๐ รูป จากกรุงราชคฤห์ เป็นระยะทาง ๕ โยชน์ (หรือ ๘๐ กิโลเมตร) จนกระทั่งถึงท่าน้ำฝั่งคงคา (หรือริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก) ท่าน้ำนี้ปัจจุบันคือ วัดท่าน้ำ ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
พระเจ้าพิมพิสารทรงเสด็จพระดำเนินลงไปในน้ำจนลึกถึงพระศอ เพื่อส่งพระบรมศาสดาขึ้นเรือ

๒. แล้วเรือพระที่นั่งได้พาพระพุทธองค์และคณะพระอรหันต์ล่องไปตามแม่น้ำคงคา เป็นระยะทาง ๑ โยชน์ (๑๖ กิโลเมตร) จนถึงท่าน้ำเมืองเวสาลี

๓.ท่าเมืองไพศาลี คาดว่าปัจจุบันคือ ท่าน้ำตั้งอยู่ที่ วัดแม่น้ำแควป่าสัก อำเภอศรีเทพจังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนทางอีกฝั่งคงคาของท่าน้ำ ด้านฝั่งทางตะวันออก คือ เมืองปัฏนะหรือปาฏลีบุตรในเวลาต่อมา ปัจจุบันคือเมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ (โดยเมืองเวสาลี อยู่ทิศตะวันตกของแม่น้ำคงคา และอยู่ห่างฝั่งขึ้นไปทางเหนืออีกประมาณ ๓ โยชน์หรือประมาณ ๔๘ กิโลเมตร)

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จพุทธดำเนินถึงท่าเมืองไพศาลี พร้อมทั้งคณะพระอรหันตสาวก กษัตริย์ลิดฉวีก็มาทรงต้อนรับพระพุทธองค์โดยไปรออยู่ในแม่น้ำ ระดับน้ำถึงพระศอเช่นกัน ก้าวแรกที่พระพุทธองค์ทรงเหยียบพระบาทลงพื้นดินแห่งเมืองไพศาลีทันใดนั้นเมฆก็ตั้งเค้ามาปกคลุมแผ่นดินด้านทิศตะวันตกและฝนจำนวนมากก็ตกลงมาเพื่อชำระแผ่นดินให้สะอาด น้ำได้ไหลชำระพัดพาซากศพมนุษย์และสัตว์ลงแม่น้ำเพื่อสู่ทะเลใหญ่ เมื่อฝนหยุดตกแผ่นดินไพศาลีก็สะอาดปราศจากสิ่งปฏิกูล และในเวลาเย็นได้มีการสวดพระปริตรรตนสุต์ต พระอานนท์และเหล่ากษัตริย์ลิดฉวีได้จาริกไปรอบเมืองไพศาลีพร้อมบาตรของพระพุทธองค์ที่บรรจุน้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพรมไปรอบเมืองไพศาลี ตลอดทั้ง ๓ ราตรี ทำให้ชาวเมืองได้หายจากโรคภัย และบรรดาภูตผีปีศาจเกรงกลัวพุทธานุภาพจึงพากันหลบหลีออกจากเมืองไพศาลีจนหมดสิ้น

รายละเอียดอยู่ใน



เปรียบเทียบกับแผนที่ของอินเดีย

ระยะทางจาก ราชคฤห์ไปเวสาลี ในอินเดีย (ใกล้สุด).png
Screen Shot 2563-03-03 at 14.15.54.png
Screen Shot 2563-03-03 at 14.16.17.png

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น