อดีตชาติของพระนิโครธ-พระเจ้าเทวานัมปิยดิศ-พระจ้าอโสก สามพี่น้อง และพระนางอสันทมิตร
อ้างอิงจากหนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” หน้า ๑๒๙ – ๑๗๘

แต่ปางก่อนมีพ่อค้า ๓ คนพี่น้องผู้มั่งคั่งอยู่ที่เมืองพาราณสี วันหนึ่งพี่ชายใหญ่ (พระนิโครธ) และพี่ชายกลาง (พระเจ้าเทวานัมปิยดิส) ไปซื้อน้ำผึ้งเพื่อให้น้องชายคนสุดท้อง (พระเจ้่าอโสก) ขาย
วันหนึ่งมีพระปัจเจกโพธิเจ้าองค์หนึ่งป่วยเป็นวัณโรค จึงเหาะลงมาเพื่อหาน้ำผึ้ง เพราะทราบว่าโรคนี้จะหายด้วยน้ำผึ้ง
ขณะนั้นยังมีนางทาสีคนหนึ่ง (พระนางอสันทมิต นางแก้วของพระเจ้าอโสก) กำลังจะไปตักน้ำเมื่อเห็นพระปัจเจกก็หลีกทางให้อยู่ในที่อันควรและก้มลงกราบ ท่านเลยถามนางทาสีคนนี้ว่าร้านขายน้ำผึ้งอยู่ที่ไหน นางทาสีจึงชี้ทางให้ และก็ตามไปเพราะคิดว่าถ้าพระปัจเจก ได้น้ำผึ้งแล้ว เราอนุโมทนาบุญด้วย จะได้บุญหนักหนา แต่ถ้าไม่ได้เราก็จะขายผ้าห่มของเราได้ทรัพย์แล้วจะซื้อน้ำผึ้งถวายพระปัจเจกโพธิเจ้าองค์นี้ และตรงไปที่ร้านขายน้ำผึ้งพ่อค้าน้องชายคนเล็ก (พระเจ้าอโสก) เมื่อเห็นพระปัจเจกโพธิเจ้าปรารถนาน้ำผึ้ง จึงน้อมจิตถวายด้วยจิตคารวะ เทน้ำผึ้งให้จนเต็มบาตร จึงกระทำปณิธานอธิษฐานดังนี้
๑. ขอให้ข้าพเจ้าเป็นพระยาเอกราชสมบัติเป็นใหญ่ในสกลชมพูทวีปทั้งปวง
๒. ขอให้ราชอาณาจักรแห่งข้าพระพุทธเจ้าแผ่ไปเบื้องบนอากาศได้โยชน์หนึ่ง ภายใต้แผ่นดินได้โยชน์หนึ่งด้วยเดขกุศลอันให้มธุทาน (มธุ=น้ำผึ้ง) อย่าให้ผู้ใดมีสมบัติเสมอเหมือนแห่งสมบัติข้าพเจ้านี้เถิด

หลังจากนั้น พระปัจเจกโพธิเจ้าก็กล่าวมงคลคาถาอนุโมทนาว่า อิจ์ ฉิตํ ปัฎ์ฐิตํ ฯลฯ ปณิโขติรโสติ อันว่าความปรารถนาอันท่านตั้งไว้จงสำเร็จแก่ท่านโดยฉับพลัน
หลังจากนั้นพระปัจเจกก็บอกแก่นางทาสีว่าท่านสำเร็จความปรารถนาแล้ว นางทาสีจึงถามท่านว่าพ่อค้าถวายน้ำผึ้งแล้วปรารถนาให้เป็นอะไรบ้างในอนาคตพระปัจเจกจึงบอกความปรารถนาของพ่อค้าน้ำผึ้ง (พระเจ้าอโสก) แก่นาง (พระนางอสันทมิตตา) เมื่อนางฟังจึงขอให้พระปัจเจกอนุเคราะห์นางด้วย ขอนิมนต์ให้อยู่ก่อน แล้วอาราธนาพระปัจเจกมายังเคหสถาน นางเอาผ้าห่มเก่าที่ใช้แล้ว มาซักฟาดให้สะอาดดีแล้วก็น้อมถวายพระปัจเจกโพธิเจ้า และตั้งความปรารถนาไว้ดังนี้
๑. ขณะใดเมื่อพ่อค้าน้ำผึ้งท่านนั้นได้เป็นบรมกษัตริย์ จุลจักร พรรตรา เอกราชาธิราช เป็นใหญ่ในสกลชมพูทวีปทั้งปวงแล้ว ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นอัครมเหสีเป็นที่รักจำเริญใจแก่บรมกษัตริย์นั้น
๒. ขอให้ข้าพเจ้ามีรูปแลวรรณะสัณฐานอันงามแลมียศศักดิ์อันยิ่งในสรรพงามดี ทุกสิ่งแก่บุคคลที่ทัศนาเห็นข้าพเจ้าแล้วให้มีความรักจำเริญชอบใจทุกเมื่อเถิด
พระปัจเจกกล่าวมงคลคาถาอนุโมทนาดุจกล่าวแก่พ่อค้าน้ำผึ้งแล้วก็เหาะกลับ เมื่อพี่ชายคนโต (พระนิโครธ) และพี่ชายคนรอง (พระเจ้าเทวานัมปิยดิส) กลับมาจากการซื้อน้ำผึ้ง ไม่เห็นหม้อน้ำผึ้งเก่าจึงถามน้องชายคนเล็กว่าหม้อน้ำผึ้งเก่าหายไปไหน น้องชายเล็กก็บอกว่า ได้ทำทานไปแล้ว ขอให้ท่านพี่ทั้งสองอนุโมทนาบุญด้วยเถิด ถ้าพี่ทั้งสองไม่ศรัทธาด้วย น้ำผึ้งนี้เป็นเงินเท่าไหร่ก็จะจ่ายให้ พี่ชายทั้งสองบอกว่าประโยชน์อันใดจะให้ด้วยเงินทอง ว่าแต่ว่าเจ้าให้ทานใครไป น้องชายตอบว่า ข้าได้ถวายทานน้ำผึ้งครั้งนี้แด่พระปัจเจกโพธิเจ้า
พี่ชายคนโต (พระนิโครธ) กล่าวว่า หมู่พราหมณ์แลจัณฑาลย่อมนุ่งผ้าย้อมฝาดมาเที่ยวขอทานเป็นนิจ เจ้านี้จะมิเอาน้ำผึ้งไปให้คนจัณฑาลแล้วหรือ?
พี่ชายคนกลาง (พระเจ้าเทวานัมปิยดิส) กล่าวว่า ป่านนี้พระปัจเจกโพธิเจ้าของเจ้า ไม่เอาน้ำผึ้งไปทิ้งริมฝั่งทะเลฝั่งโน้นแล้วหรือ?
เมื่อน้องชายคนเล็ก (พระเจ้าอโสก) ได้ฟังถ้อยคำพี่ชายทั้งสองกล่าวผรุสอริยุปวาทกรรมติเตียนพระอริยเจ้า เป็นครุกรรม ก็ห้ามปราม และบอกกล่าวว่า ไม่กลัวภัยในนรกหรือ น้องชายจึงสำแดงคุณธรรมของพระปัจเจกโพธิเจ้าให้พี่ชายทั้งสองฟัง จนมีความเลื่อมใสและอนุโมทนาบุญกับน้องชาย แลสามพี่น้องก็เที่ยวไปในภพสงสาร จนมาในพระพุทธศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าแห่งเรา
พ่อค้าน้ำผึ้ง พี่ชายคนโต – บังเกิดเป็นเจ้านิโครธสามเณรบุตรนางสมุนราชเทวีอันจัณฑาลเลี้ยงไว้ในบ้านจัณฑาล บรรลุอรหันตผลเมื่ออายุ ๗ ปี ขณะที่ปลงผมบวช
พี่ชายคนกลาง – กล่าวว่าพระปัจเจกโพธิเจ้าควรจะทิ้งเสียริมฝั่งฟากสมุทรโพ้นโน้น (แสดงว่าชมพูทวีปและลังกาทวีปอยู่ไม่ไกลกัน) คือ พระเจ้าเทวานัมปิยดิศราชบพิตร แห่งลังกาทวีป
น้องชายคนเล็ก – บังเกิดเป็นพระเจ้าอโสกราชบพิตร แห่งแคว้นมคธ ชมพูทวีป
นางกุมารีที่ได้บอกหนทางร้านขายน้ำผึ้งและถวายผ้าสาฎก(ผ้าอาบน้ำฝน)-บังเกิดเป็นพระนางอสันทมิตรราชเทวีพระอัครมเหสีของพระเจ้าอโสกราชบพิตร

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เท่านั้น ที่ปัจจุบันเรียกว่า “ประเทศไทย”
พระศาสนาเจริญมายุคต่อยุค หลายกัปป์หลายกัลป์ ในดินแดนแห่งชมพูทวีปแห่งนี้
กรรมใดที่ได้ติเตียน ดูถูกดูแคลนพระพุทธศาสนา พระศาสดา หรือแม้แต่พระสาวกอันปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แม้แต่วาจาที่ล่วงเกินแม้นิดเดียว ก็มีผลทำให้ต้องรับวิบากกันทั้งสิ้น
พระเจ้าอโสกได้มีศรัทธาอันแรงกล้า ด้วยจิตอันบริสุทธิ์ เดชทานเจตนาทั้ง ๓ คือ เจตนาอันบริสุทธิ์หาความกินแหนงแคลงใจมิได้ อันให้วัตถุทาน ทำให้พระองค์ได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในชมพูทวีป
ส่วนพระนางอสันทมิตต เมื่อเห็นพระเจ้าอโสกได้ถวายทานและอธิษฐาน นางก็ได้อนุโมทนาและขอให้เป็นอัครมเหสีของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ และผ้าห่มเก่ามาซักฝาดถวายพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ก็ส่งผลบุญมาหานาง ในสมัยที่นางได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้าอโสก พระเจ้าอโสกทดสอบบุญบารมีของนาง โดยที่จะถวายผ้าไตรจีวรต่อพระสงฆ์หกหมื่นรูปในวันต่อไป ให้พระนางอสันทมิตตาไปหามา นางก็หามาได้ในวันนั้น ด้วยบุญที่นางได้ทำไว้ในอดีตชาติ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น