ตามเอกสารโบราณของ Joan Lvts. (พ.ศ.๒๒๔๔) เรียก ชมพูวีปคือ อาณาจักรสยามและอาณาจักรรอบ ๆ สยาม ส่วนแม่น้ำทั้ง ๕ ในชมพูทวีป ก็เป็นแม่น้ำในภูมิภาคนี้ ไม่ได้หมายถึงแม่น้ำในประเทศอินเดียปัจจุบันแม้แต่อย่างใดเลย
คำว่า “ชักแม่น้ำทั้งห้า” ที่เป็นสุภาษิตไทย คือ การที่จะพูดอะไรไม่ตรงวัตถุประสงค์ แต่จะกล่าวอ้างหลายอย่างก่อนที่จะเข้าประเด็น คือ ชักแม่น้ำทั้งห้า นั่นหมายถึงว่า แม่น้ำทั้งห้านี้ต้องมีความสำคัญในภูมิภาคนี้ ไม่ใช่ประเทศอินเดียปัจจุบัน
แม่น้ำใหญ่ทั้ง ๕ สายนี้ จะเห็นว่าชาวตะวันตกสมัยโบราณ (ปีค.ศ.1701 หรือพ.ศ.๒๒๔๔) จะเรียกว่า แม่น้ำทั้ง ๕ นี้ว่า Ganges และพวกเขาจะเรียกชมพูทวีปว่า“อินเดีย” ซึ่งไม่ใช่ประเทศอินเดียปัจจุบัน ซึ่งจริงประเทศอินเดียปัจจุบันถูกเรียกว่า “อินเดีย” เมื่อไม่นานมานี้เองช่วงที่ตกเป็นเมืองขึ้นของชาวยุโรป ก่อนหน้านี้อินเดียประกอบด้วยอาณาจักรต่าง ๆ มากมาย ชมพูทวีปชาวยุโรปโบราณมีบันทึกไว้ หมายถึงประเทศที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่ประเทศอินเดียปัจจุบัน ในที่นี้จะหมายถึง “ประเทศสยาม” (Siam) และอาณาประเทศที่ตั้งอยู่ตรงกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือประเทศไทยปัจจุบันนี้
จากเอกสารโบราณที่ Joan Lvts. ได้บันทึกไว้ เมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๒๔๔ จะพูดถึง อินเดีย (India) ว่าคือ ประเทศในสยามและอาณาจักรบริเวณรอบสยาม (ดูตามแผนที่ที่แนบมา) ชาวตะวันตกโบราณเรียกสยามอีกอย่างว่า Odia หรือ Odiea โยธยา/โอเดียหรือโยเดียมาจากอโยธยา ของประเทศสยามนั่นเอง แม่น้ำสายใหญ่ที่ผ่านใจกลางประเทศไทย ที่เรียกว่า River แม่น้ำ (แม่น้ำที่ชื่อแม่น้ำ) แม่น้ำนี้ก็คือ แม่น้ำคงคานั่นเอง ที่เราเรียกกันติดปาก ทำนองเดียวกันเราเรียกคงคา คือ เรียกแม่น้ำ เราก็เรียกแม่น้ำคงคา (คงคาคือคำเรียกแม่น้ำสมัยโบราณ เราเรียก แม่น้ำชื่อแม่น้ำเหมือนกัน) ซึ่งจะสร้างความสับสนให้ผู้อ่านบ้างในตอนแรก ในที่นี้ผู้เขียน จะใช้คำว่า “แม่น้ำทั้งห้าสาย” แทนคำว่า “River Ganges” และ“อินเดีย” ที่หมายถึง “กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

แม่น้ำสำคัญ ๕ สาย มหาปัญจนทีในชมพูทวีป ได้แก่
๑. แม่น้ำยมุนา* – Jamuna หรือ Caor ไหลลงสู่อ่าวเบงกอล
๒. แม่น้ำสรภู – แม่น้ำอิระวดี หรือ Caypuno ไหลลงสู่อ่าวเบงกอล
๓. แม่นำอจิรวดี – แม่น้ำสาละวิน (แม่น้ำพะโค) หรือ Colmin ไหลลงสู่อ่าวเบงกอล
๔. แม่น้ำคงคา – แม่น้ำชื่อ “แม่น้ำ” หรือ “แม่น้ำเจ้าพระยา” หรือMenam
(ใช้ชื่อทับลงไป คงคา=แม่น้ำ) หรือ ตั้งแต่แม่น้ำป่าสักเรื่อยมาจนมาเชื่อมต่อกับ
แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลลงสู่อ่าวสยาม (หรืออ่าวไทยปัจจุบัน)
๕. แม่น้ำมหิ – แม่น้ำโขง, แม่น้ำแม่โขง หรือ Mecon อยู่ทิศตะวันออกสุด ไหลลงสู่อ่าวสยาม
(หรืออ่าวไทยปัจจุบัน)
*หมายเหตุ – แม่น้ำยมุนาผู้เขียนยังไม่มั่นใจว่าเป็นแม่น้ำ Jamuna ปัจจุบัน หรือไม่ เรื่องนี้ต้องสืบค้นกันต่อไป
คำว่า “อินเดีย” ที่ Joan ใช้บันทึกในสองส่วนด้านบนอินเดียและแหลมทอง ประกอบด้วยราชอาณาจักรใหญ่ ๆ ๓ ราชอาณาจักร ได้แก่
๑. ราชอาณาจักรสยาม มีขอบเขต คือ มะละกา เมืองหัวหน้า และลงไปถึงสิงคโปร์ สยาม มะตะบัน กัมพูชา
๒. ราชอาณาจักร Anna มีขอบเขต คือ จำปา ตังเกี๋ย
๓. ราชอาณาจักรอังวะ Ava มีขอบเขต คือ พะโค อารกัน อังวะ
จะขอกล่าวโดยย่อถึง “ราชอาณาจักรสยาม” ดังนี้
– Malacca เมืองมะละกา อยู่ทางใต้สุดของอินเดีย (กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่ประเทศอินเดียปัจจุบัน) เริ่มต้นจาก แลตติจูด ๑ องศาเหนือ (ล้อมรอบไปด้วยน้ำ ยกเว้นส่วนทางทิศเหนือ) ถึงแลตติจูด ๑๑ องศาเหนือ มะละกาถูกแบ่งออกเป็นอีกหลายเมือง แต่กษัตริย์จะเกี่ยวเนื่องกับกษัตริย์ของสยาม เป็นผู้เจ้าเหนือหัวของทั้งหมด ยกเว้นส่วนที่เป็นชายฝั่งทางตะวันตก ตรงที่ชาวดัทช์เข้ามาทำมาหากิน
– อาณาจักรสยาม ทางทิศใต้ติดต่อกับเมืองมะละกาทิศใต้จะแคบ ส่วนทิศเหนือจะกว้างออกไป ประเทศนี้มีผลผลิตในการส่งออกคือคอตต่อน-ลินิน, ไวน์เนอร์รี่, เชอร์แลคย้อมไม้, Palo d’aquila, Calamba (ต้นไม้รากขมชนิดหนึ่งใช้เป็นยารักษาโรค), Sapon-wood, การบูร, จันทน์เทศและเครื่องเทศอื่น ๆ อีกหลายอย่าง, ทองคำ, เพชร, หิน Bezoar, ผ้าไหม, ชะมด, ไม้จันทน์, งาช้าง. และใน พื้นที่ ๆ เป็นภูเขา
มีการเลี้ยงช้างหลายที่และมีช้างเผือกมีความหมายและมีพระเกียรติอย่างพิเศษสำหรับกษัตริย์ในกรณีที่มีช้างเผือก จะเห็นบางกอก(กรุงเทพ) ใกล้ปากแม่น้ำ (แม่น้ำชื่อแม่น้ำ) หรือเรียกว่า Odia, Odiea (โอธยา/โอเดีย/โยเดีย หรือ อโยธยานั่นเอง) ก็จะเรียกว่า อินเดีย (ถ้าไม่เรียกอยุธยาว่า โอเดีย หรือ โยเดีย ก็จะเรียกว่าอินเดีย หรือสยามนั่นเอง) หรือเรียกว่า สยาม (หรือชาวต่างประเทศเรียกว่าอยุธยา Judia)
“สยาม” เป็นเมืองที่มีป้อมปราการอย่างดีและเมืองงดงามมาก ดูเหมือนกับธรรมดาแต่ไม่ใช่ และเมืองนี้เป็นเกาะโดยมีแม่น้ำล้อมรอบ และมันคือเมืองหลวงของอาณาจักรสยามทั้งหมด พระที่นั่งและตลาดของคนชั้นสูง จะเห็นมีความอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยทอง, ไหม, และสินค้ามีค่า จากปากแม่น้ำถึงอโยธยามีระยะทางประมาณ ๓๐ Leagues (๙๐ ไมล์ หรือ ๑๔๕กิโลเมตร) จากฝั่งทะเลไปทางเหนือ และจากอโยธยาไปเมืองพะโค ๑๓๐ Leagues (๓๙๐ไมล์ หรือ ๖๒๘ กิโลเมตร) อโยธยาตั้งอยู่บนเส้นแลตติจูด ๑๒.๓๐ และลองติจูด ๑๑๙และสิ่งสุดท้าย โยเดีย(หรืออโยธยา) ได้รับประโยชน์มากมายที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำที่มี ชื่อเสียง (ในที่นี้หมายถึงแม่น้ำชื่อแม่น้ำหรือแม่น้ำคงคา ปัจจุบันเรียกแม่น้ำเจ้าพระยา/ผู้เขียน)
– อาณาจักรมะตะบัน ติดกับสยามและพะโค เป็นส่วนที่แคบ ๆ เลียบชายฝั่งทะเลหรืออ่าวพะโค ในเมืองนี้เต็มไปด้วยโลหะ สมุนไพรยารักษาโรค ข้าวโพด น้ำมัน และผลไม้ ครั่ง และเรือแบบชาวตะวันออก เมืองหลวงชื่อ “มะตะบัน” และตั้งอยู่บนอ่าวที่มีชื่อเสียง มีเครื่องลายครามจำนวนมาก มีเครื่องสังคโลกจากจีนที่ทำและส่งไปยังส่วนอื่น ๆ ส่วนเหนือสุดคือMaroco Tuquala หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Togualla หรือ Tagalla และ Macoonหรือ Macham
สังเกตดูจากแผนที่ อาณาจักรมะตะบัน เป็นหนึ่งขอราชอาณาจักรสยาม ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านได้จดจำตรงนี้ไว้ เพื่อจะได้อ้างอิงต่อไป จะพาท่านผู้อ่านย้อนกาลเวลา จนถึงสมัยพุทธกาล ผู้อ่านจะได้มีความเข้าใจในความเป็นมา ที่ผู้เขียนจะสื่อในเรื่องต่อๆ ไป
อ้างอิงจากหนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” หน้า ๒๗-๓๓

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น