ปี พ.ศ.๑๖๐๐
อ้างอิงจากหนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” หน้า ๔๘๒-๔๘๘
ผู้เขียนสังเกตได้ว่า เป็นที่สับสนกันมาก ระหว่างกับพระเจ้าอนุรุทธ ๒ พระองค์นี้เป็นอย่างมาก
พระองค์แรก คือ พระเจ้าอนุรุทธธรรมมิกราช กษัตริย์ผู้ครองนครอริมัททนะ เหตุการณ์เกิดขึ้นราวปีพ.ศ.๑๒๐๐ หรือยุคพระนางเจ้าจามเทวีนั่นเอง (ช่วงนี้เป็นยุคมืดของไทยโบราณ พุทธศาสนาโดนรุกรานจากพวกขอมดำ มีการทำลายวัดวาอารามและพระพุทธรูป โดยเฉพาะศูนย์กลางพระพุทธศาสนา คือ ละโว้สมัยนั้น และเอาศิวลึงค์ตั้งแทนในหลายสถานที่ของพุทธ จนกระทั่งพระนางเจ้าจามเทวี ต้องอพยพผู้คน รวมทั้งพระไตรปิฎกไปตั้งเมืองใหม่ ที่นครหริภูญชัย) พระเจ้าอนุรุทธ พระองค์นี้มีบทบาทหลายอย่าง เช่น เป็นผู้ที่มาคัดลอกพระไตรปิฎกจากลังกา เป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก และเป็นผู้ที่มีอภิญญา มีฤทธิ์ ฯลฯ
ส่วนพระเจ้าอนุรุทธอีกพระองค์ ในพงศาวดารเหนือเรียกพระนามพระองค์ว่า “อโนรธามังช่อ” ที่มีบทบาทในช่วงปี พ.ศ.๑๖๐๐ (ประสูติพ.ศ.๑๕๕๘) เป็นกษัตริย์ของรามัญ และเป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนามาก ทางลังกาทวีปได้นิมนต์พระจากอารมณะประเทศ เพื่อมาบรรพชาอุปสมบทให้พระในลังกา เป็นครั้งแรกที่ลังกาสิ้นสมณวงษ์ จนต้องไปนิมนต์พระสงฆ์ประเทศอื่นมาให้อุปสมบทจึงกลับมีสงฆมณฑลขึ้นอีก (กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)
พระเจ้าอนุรุทธ พระเจ้าอนุรุทธธรรมมิกราช กษัตริย์เมืองอริมัททนะ คือใคร? และมีความสำคัญอย่างไร?
๑. ครองราชย์อยู่ประมาณปี พ.ศ.๑๒๐๐ ร่วมสมัยกับพระนางเจ้าจามเทวีปฐมกษัตรีย์แห่งหริภูญชัย
๒. เป็นกษัตริย์ของเมือง “อริมัททนะ” หรือ “ปุณณะกาม”
ข้อสันนิษฐานแหล่งต่าง ๆ เกี่ยวกับกรุงอริมัททนะ
– เมืองนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ปัจจุบัน (พระธรรมบาล)
– กรุงอริมัททนะ(สะโตง), อาณาจักรหงสาวดี (เสนีย์อนุชิต)
– ชินกาลมาลีปกรณ์ และพงศาวดารเหนือ เข้าใจว่า เมืองอริมัททนะ เป็นเมืองพุกาม พม่า
– ปุณณะกาม อาจหมายถึง ปุณณะคาม บ้านของพระปุณณะ คือ เพชรบุรี (ผู้เขียน/วัชรจักร)
๓. เป็นผู้ที่มีอภิญญา
๔. เป็นบุคคลที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า (ความเหมือนของพระเจ้าอนุรุทธ ทั้งสองพระองค์)
๕. เดินทางจากกรุงอริมัททนะไปลังกาเพื่อคัดลอกพระไตรปิฏก (ความเหมือนของพระเจ้าอนุรุทธ ทั้งสองพระองค์)
๖. เดินทางจากกรุงอริมัททนะไปขอพระพุทธรูปหินดำจากพระเจ้ามโนหารราช เมืองรัมมะ (เมืองรามัญ พม่า) พระเจ้ามโนหารปฏิเสธ จึงเกิดการสู้รบ และพระเจ้ามโนหารถูกจับตัวไว้ในเมืองอริมัททนะจนสิ้นพระชนม์ พระเจ้ามโหหารสร้างพระพุทธรูปปางไสยยาสน์ไว้บูชาองค์หนึ่งมีขนาดใหญ่มากในกรุงอริมัททนะ
๗. กษัตริย์เมืองมหานคร (กำแพงเพชร:ผู้เขียน) มอบพระพุทธรูปหินดำไว้ให้สักการะ และหลังจากนั้นพระเจ้าอนุรุทธประทานแก่พระนางเจ้าจามเทวีแห่งนครหริปุญชัย
๘. พระเจ้าอนุรุทธพระองค์นี้ คนละองค์กับ “พระยาสักรดำ” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรุงกษัตริย์เมืองตักศิลามหานคร ทรงพระนามชื่อ “พระยาสักรดำมหาราชาธิราช” คือ ผู้ที่ตั้งจุลศักราช (เมื่อปีพ.ศ.๑๑๘๑) เป็นเจ้าเมืองตักศิลา สวรรคตในปีพ.ศ.๑๑๘๒ เรื่องการตั้งจุลศักราชผู้เขียนได้เขียนไว้ก่อนหน้าเรื่องวันสงกรานต์ (การตั้งจุลศักราชทำในวันสงกรานต์ วันปีใหม่ของชาวไทย) ส่วนพระเจ้าอนุรุทธ เป็นกษัตริย์เมืองอริมัททนะพระเจ้าอนุรุทธ (พ.ศ.๑๖๐๐) กษัตริย์พม่าเรียกว่า “พระเจ้าอโนรธามังช่อ” เป็นผู้ที่เอาพระไตรปิฎก ๓๐ ชุดจากเมืองสะเทิมไปเผยแผ่ที่พุกาม พร้อมกับช้างเผือกและทำให้ศาสนาพุทธเจริญอย่างมากในพุกาม และมีความตั้งใจจะไปตีเมืองละโว้ โดยขณะนั้นละโว้มีกษัตริย์ครองราชย์ชื่อ พระเจ้าจันทโชติ พระอัครมเหสีชื่อเจ้าฟ้าปฏิมาสุดาดวงจันทร์ พระพี่นางคือ เจ้าฟ้าแก้วประพาฬ และมีการเจรจาสัมพันธไมตรีโดยถวายพระพี่นางเจ้าฟ้าแก้วประพาฬให้พระจ้าอโนรธามังช่อให้เป็นอัครมเหสี และหลังจากนั้นเมืองละโว้และเมืองสะเทิมก็เป็นไมตรีกัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น