เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของพระเจ้าอโสกอีกแนวหนึ่ง ซึ่งผู้อ่านอาจจะยังไม่เคยได้อ่านกันมาก่อน จึงมีชื่อเรื่องว่า “พระเจ้าอโสก ภาคพิศดาร” อ้างอิงจากหนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” หน้า ๑๒๙
พระเจ้าอโสก คือใคร? พระเจ้าอโสก หรือ “สมเด็จพระเจ้าธรรมาโสกราชบพิตร” กษัตริย์มคธ แห่งชมพูทวีป เป็นกษัตริย์ราชวงศ์โมริยะ ครองราชย์ พ.ศ.๒๑๔ – พ.ศ.๒๖๐ เป็นองค์ศาสนูปถัมภกในการสังคายนา
พระไตรปิฎกครั้งที่ ๓ เมื่อพ.ศ.๒๓๕ ที่กรุงปาฏลีบุตร แคว้นมคธ และได้เผยแผ่ศาสนาไปทั้งในและนอก
ชมพูทวีป เมื่อปีพ.ศ.๒๓๖
แคว้นมคธ ชมพูทวีปของพระเจ้าอโสก ปัจจุบันอยู่ที่ประเทศไทย
พระอัยยา (ปู่) คือ พระเจ้าจันทรคุต ราชวงศ์โมริยะ เชื้อสายสะกยะ ครองราชย์ พ.ศ.๑๖๒ – พ.ศ.๑๘๖
พระราชบิดา (พ่อ) คือ พระเจ้าวินทุสาร ราชวงศ์โมริยะ เชื้อสายสะกยะ พ.ศ.๑๘๖ – พ.ศ.๒๑๔
พระชนนี (แม่) คือ พระศิริธัมมาราชเทวี เชื้อสายสะกยะ ครองราชย์
เรื่องราวของพระเจ้าอโสก
พระเจ้าอโสก ประสูติเมื่อปีพ.ศ.๑๘๔ ครองราชย์ พ.ศ.๒๑๔ ราชาภิเษกพ.ศ.๒๑๘ (ครองราชย์
นอกราชาภิเษก ๔ ปี)

ปีพ.ศ.๒๐๑ อภิเษกสมรสกับพระชายาองค์แรก คือ “พระนางเวทิสามหาเทวี” พระมารดาของพระมหินทรเถรและพระสังฆมิตตาเถรี ซึ่งธิดาของเศรษฐีเมืองเวทิสนคร กรุงอุเชนี ที่มีบันทึกไว้ว่าเป็นเชื้อสายสะกยะ เช่นกัน ขณะที่พระราชบิดาพระเจ้าวินทุสารส่งไปครองอุเชนี (สันนิษฐานว่าปัจจุบัน อยู่บริเวณจังหวัดอุทัยธานี) เนื่องจากโหรทำนายว่าพระเจ้าอโสกจะฆ่าพี่น้อง พระเจ้าวินทุสารจึงให้ไปปกครองเมืองที่ไกลออกไป
หลังจากที่พระเจ้าวินทุสารสวรรคต ก็ให้พระเจ้าอโสกซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์โตครองราชย์ต่อ แต่พระราชโอรสที่เกิดจากนางสนมคนอื่นอีก ๙๙ องค์ก็ไม่พอใจ จึงได้ร่วมกันเพื่อมาชิงราชบัลลังก์และสังหารพระเจ้าอโสก แต่ไม่สามารถชนะพระเจ้าอโสกได้ พระเจ้าอโสกจึงฆ่าพระอนุชาทั้ง ๙๙ องค์นั้นเสียสิ้น เหลือไว้เพียงพระดิส พระอนุชาในพระมารดาเดียวกัน แต่งตั้งให้เป็นอุปราช แต่ในที่สุดพระดิสก็ทำการอุปสมบทในอโสการาม พร้อมกับพระอัคคีพล (พระสวามีของพระนางสังฆมิตตาพระราชธิดาของพระเจ้าอโสก) และ พระสุมนสามเณร (หลานของพระเจ้าอโสกซึ่งเกิดจากพระนางสังฆมิตตา) ที่อโสการาม ในปีพ.ศ.๒๒๒ และในปีเดียวกันนี้พระมหินทร์และพระนางสังฆมิตตาก็ทำการอุปสมบท ตามคำขอของพระเจ้าอโสกที่วัดอโสการามเช่นเดียวกัน
ในขณะที่พระองค์ได้ฆ่าพระอนุชา พระชายาของพระสุมนราชกุมาร (พระราชโอรสองค์โตของพระเจ้าวินทุสารที่ประสูติจากพระสนมองค์อื่น) ได้หอบพระครรภ์เจ้าชายนิโครธ อพยพไป และเจ้าชายนิโครธได้ถือกำเนิดขึ้นในหมู่บ้านจัณฑาลแห่งหนึ่ง และได้บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๗ ปี สามเณรนิโครธได้อรหัตตผลขณะที่ปลงพระเกศานั่นเองและสามเณรนิโครธ(หลานลุงของพระเจ้าอโสก) เป็นผู้ที่ทำให้พระเจ้าอโสกได้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนามากขึ้น
(ข้อสันนิษฐาน วัดอโสการาม คือ เขาคลังนอก เมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ปัจจุบัน)
วัดอโสการามสร้างเสร็จเมื่อปีพ.ศ.๒๓๕
“พระนางอสันธมิตา” ซึ่งในอดีตชาติเคยทำบุญร่วมกับพระเจ้าอโสกและขออธิษฐานเพื่อมาเป็นอัครมเหสีของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้
ประวัติพระเจ้าอโสกได้ถูกบันทึกไว้ในตำนานโคตรน่านเจ้าและตำนานเมืองแถน มีบันทึกว่า พระองค์มีพระราชโอรสกับพระราชธิดาเชื้อสายไทยผู้ดำเมืองควาย (เมืองชู/ตาลีชู) คือ พระเจ้าไทยดี (หรือพระเจ้าตีเมืองชู) พระราชโอรสของพระเจ้าอโสกองค์นี้ มีพระราชโอรสอีก ๙ พระองค์ (หลานพระเจ้าอโสก) ซึ่งพระราชโอรสทั้ง ๙ พระองค์นี้ได้กระจายตัวกันไปปกครองดินแดนต่างๆ ทั่วชมพูทวีป (ปัจจุบันคือ ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เช่น เมืองชูฟูหล้า ๑๖ แคว้นในน่านเจ้าหรือยูนนาน เมืองชูเดียน-ธิเบต เมืองชูนา-ชาวหาญ(ฮั่น)ในจีน เมืองชูชวน-พวกม่านคือ กุยจิว,กวางตุ้ง,กวางสี เมืองชูดก-เมืองในยูนนาน เมืองชูโถ-เมืองพันพันหรือฟูนัน เมืองชูดิน-ญวนตังเกี๋ย เมืองชูส่ง-รัฐผาซื่อ(องค์นี้เป็นพระราชบิดาของท้าวเทวกาล) เมืองชูสู่-ยูนนานทางใต้ต่อกับลาว เป็นต้น

ผู้เขียนสันนิษฐานว่า กษัตริย์อินโด-อารยัน ที่เผยแผ่ศาสนาต่อจากนี้ในดินแดนแถบนั้น (อินเดียตะวันตกเฉียงเหนือ อาฟกานิสถาน ปากีสถาน ฯลฯ) คือ เชื้อสายของพระเจ้าอโสกที่เกิดจากพระราชธิดาลูกครึ่ง
กรีก-เปอร์เซียพระองค์นั้น จึงเห็นหลักฐานพุทธศาสนาไปปรากฎ ณ ดินแดนเหล่านั้น
หลังจากที่พระอัครมเหสีพระองค์แรก “พระนางอสันธมิตตา” พระนางคู่บารมีของพระเจ้าอโสกสวรรคต
อีกไม่นานพระเจ้าอโสกจึงแต่งตั้งพระอัครมเหสีองค์ที่ ๒ คือ “พระนางดิสเทวี” ผู้ที่มีอัธยาศัยไม่เหมือนกับพระนางอสันธมิตตาและไม่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีแต่การประดับประดากายและมีมานะกระด้างด้วยชาติแลโคตรแห่งตน เมื่อเวลาล่วงไป ๓ ปี พระนางเห็นพระเจ้าอโสกรักใคร่พระมหาโพธิ์มากกว่านาง นางก็โกธรไม้มหาโพธิ์ อันมิควรซึ่งโกรธ นางกระทำมิให้เป็นประโยชน์ต่อนาง นางก็ได้ทำร้ายพระมหาโพธิ์ด้วยเงี่ยงกระเบนอันมีพิษให้พินาศ เมื่อพระเจ้าอโสกทรงทราบว่านางได้ทำร้ายต้นมหาโพธิ์จนพินาศ พระองค์ก็มีความทุกข์โทมนัศ น้อยพระทัย พระโรคา พยาธิพยาธิก็พลอยเบียดเบียน การทรงประชวรลง ก็เสด็จสูญสิ้นพระชนมชีพสังขารในปีที่ ๔ (พ.ศ.๒๕๙) นับแต่นางดิศเทวีประทุษฐร้ายพระมหาโพธิ์เจ้านั้น
นอกจากนี้พระเจ้าอโสกยังมีพระสนมทั้งหมด ๑๖,๐๐๐ นาง
พระเจ้าอโสกกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งชมพูทวีป ขณะที่พระราชมารดา “พระศิริธัมมาราชเทวี” ทรง
พระครรภ์ ด้วยอำนาจพระราชโอรสในพระครรภ์ให้นางนึกปรารถนาว่า
๑. พระบาทหนึ่งจะเหยียบพระจันทร์พระอาทิตย์ด้วยพระบาททั้งสอง เป็นบุพนิมิตแห่งพระโอรส จะได้เป็นบรมกษัตริย์อันประเสริฐ กษัตริย์ร้อยเอ็ดพระองค์ในชมพูทวีปนี้ มาเป็นข้าทูลละอองบาทบริจาริกไปในอนาคต
๒. ปรารถนาจะเสวยดาวดารากร เป็นบุพนิมิตแห่งพระโอรส จะได้ฆ่าเสียซึ่งราชวงศ์วโรรส ต่างพระมารดากั้นนั้น ๙๙ พระองค์ อันมีในพระนครนี้
๓. ปรารถนาจะเสวยระเบียบเมฆในอากาศ เป็นบุพนิมิตแห่งพระโอรส จะทำลายลัทธิเดียรถีย์ ๙๖ จำพวก อันลอยตามบังบวรพุทธศาสนาแล้วจะได้บำรุงบวรพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบไปจนสิ้นกาลช้านาน
๔. ปรารถนาจะเสวยรากดินภายใต้แผ่นดิน เป็นบุพนิมิตแห่งพระโอรส จะมีพระราชอาณาเขตแผ่ไปใต้แผ่นดินได้โยชน์หนึ่ง
๕. ปรารถนาจะเสวยใบไผ่ใหญ่อันมีในป่าหิมพานต์ เป็นบุพนิมิตแห่งพระโอรสจะแผ่พระราชอาณาจักรไปในอากาศเบื้องบนได้โยชน์หนึ่ง
ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงเป็นกษัตริย์ชมพูทวีที่ยิ่งใหญ่และเป็นผู้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปกว้างไกลที่สุด
อ้างอิงจากหนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป” หน้า ๑๒๙

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น