03 มิถุนายน 2563

ลพบุรี (นพบุรี) – เมืองลิง เมืองของหนุมานทหารเอกของพระราม


หนุมาน.jpg

ลพบุรี (นพบุรี) – เมืองลิง เมืองของหนุมานทหารเอกของพระราม
แทบจะเรียกว่า ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักหนุมาน หนุมาน (ลิงเผือก) เป็นทหารเอกของพระราม (พระนารายณ์แบ่งภาคลงมา เพื่อจะปราบทศกัณฐ์)

หนุมาน มีร่างกายสีขาว รูปงาม เจ้าชู้ มีฤทธิ์มาก ไม่มีวันตาย (เป็นลูกพระพาย (ลม) พอตายแล้วถ้าลมพัดมาก็จะคืนชีพ เกิดมามีอาวุธวิเศษติดตัวมา คือ กุณฑล (ตุ้มหู), ขนเพชร, เขี้ยวเป็นแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือน

หนุมานทหารเอกคู่ใจพระราม ทำการรบครั้งไหนก็ชนะ แต่ชอบทำเกินคำสั่งพระราม เช่น ตอนพระรามให้ไปตามดูนางสีดาที่กรุงลงกา ก็ทำเกินไปไปเผากรุงลงกาวอดวาย (ภูเขาตรงกรุงลงกาจึงมีสีดำปน) หรือแม้กระทั่งตอนเสร็จศึกสงครามแล้ว พระรามปูนบำเหน็จให้ครองส่วนหนึ่งของอโยธยา แต่ร้อนอาสน์ จนกระทั่งต้องขอคืนแผ่นดินให้พระราม พระรามจึงแผลงศร เมื่อศรไปตกตรงไหนให้หนุมานไปครองตรงนั้น ศรไปตกอยู่ที่ภูเขาเก้ายอด (นพบุรี) ฤทธิ์ของศรทำให้ภูเขาไหม้แตกกระจายกลายเป็นดินสีขาว (ดินสอพอง) พระรามให้หนุมานไปดูสถานที่ แต่หนุมานก็ทำเกินคำสั่งอีก เอาหางกวาดทำเป็นกำแพงเมืองเรียบร้อย ตรงลพบุรีมีหลักฐาน คือ ศาลลูกศร (ซึ่งต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ไม่งั้นเมืองลพบุรีจะเกิดไฟไหม้)

หนุมาน1.jpg

จะเห็นได้ว่า เรื่องราวรามเกียรติ์ ล้วนมีหลักฐานความจริง อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าศาลลูกศร ดินสอพอง
ท้าวกกขนาก เขาสรรพยา กรุงลงกา อโยธยา ทรพี-ทรพา ตำนานยักษ์กกขนากเขาวงพระจันทร์ หรือแม้กระทั่งจิตรกรรมฝาผนังวัดวาอารามในประเทศไทย ล้วนแต่มีเรื่องราวของรามเกียรติ์ทั้งสิ้น

เมืองอโยธยา ปัจจุบัน คือ เมืองหนองโสน พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจากสมุดดำของพระบาทลพบุรี (ปัจจุบันคือ พระบาทสระบุรี) ได้มีบันทึกไว้ ความบางตอนว่า “พระพุทธเจ้ากล่าวกับพระอานนท์ว่า หนองโสนนี้ เป็นเมืองพระลักษณ์พระราม พระรามได้สิ้นพระชนม์ไป ๑๐๖ ปี ก่อนที่ตถาคตจะมาเหยียบตรงนี้”

นพบุรี มีหลายชื่อ หลายสมัย สมัยร้อยกว่าปีก่อนพุทธกาล ชื่อ นพบุรี เมืองของหนุมาน แล้วล่วงมากว่าพันปี ก็กลายเป็นเมือง ละโว้ และปัจจุบัน คือ เมืองลพบุรี
อโยธยา ปัจจุบัน คือ หนองโสน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังมีวัดพระราม ให้เห็นจนปัจจุบัน


พระปรางค์สามยอด วัดมหาธาตุ.jpg

ลพบุรี เป็นเมืองสำคัญมาตลอด ตั้งแต่พุทธกาล หนุมานมีลูกหลาน (บรรดาลิงเมืองลพบุรี) เพื่อรักษาสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น พระปรางค์สามยอด (สถานที่นี้จากการค้นคว้ามา สถานที่นี้สำคัญมาก เป็นบริโภคเจดีย์ของพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ในพุทธกัปป์นี้ และเป็นที่เข้าฌาณ
สมาบัติของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์เช่นกัน)

พระปรางค์สามยอด เรียงกันทิศเหนือใต้ แนวเดียวกันกับพระปรางค์ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรี ซึ่งในคัมภีร์โบราณหลายคัมภีร์กล่าวไว้ชัดเจน

หนุมาน เป็นทหารเอกของพระรามที่ยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์จนปัจจุบัน ถ้าตามเรื่องราวรามเกียรติ์นั้นหนุมานไม่ตาย และสุดท้ายหนุมานก็บวช นั่นหมายความว่าปัจจุบันหนุมานก็ยังมีชีวิตอยู่ และหนุมานต้องไปตอกศรที่ปักอกยักษ์กกขนาก ยักษ์ตนสุดท้ายที่พระรามแผลงศรไปปักไว้ ศรจะเขยื้อนออกทุกสามปี และจะมีไก่แก้วคอยเฝ้าและขันให้หนุมานทราบ หนุมานต้องมีหน้าที่ไปตอกศรเข้าไปอีก นางนงประจันทร์ลูกสาวยักษ์กกขนาก รู้ว่าถ้าเอาน้ำส้มสายชูไปราดศรนี้ ศรจะหลุดออกมาได้และยักษ์พ่อของนางจะคืนชีพ จึงห้ามขายน้ำส้มสายชูในเมืองลพบุรี ระหว่างนี้นางนงประจันต์ก็ทอผ้าไตรจีวรเพื่อรอพระศรีอาริย์ และเรื่องราวพระศรีอาริย์ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล วัดไลย์ ซึ่งมีประเพณียิ่งใหญ่เกี่ยวกับพระศรีอาริย์ทุกปี ที่มีความเชื่อว่าครั้งหนึ่งพระศรีอาริย์ได้มาเกิดที่วัดไลย์แห่งนี้ และมีการทำรูปเหมือนพระศรีอาริย์ไว้บูชา สืบเนื่องมาจนปัจจุบัน

หนุมาน เก่งกาจด้านการรบมาก จากข้อมูลของอ.เสนีย์อนุชิต ได้กล่าว่าไว้ว่า “ตามตำราพิชัยสงคราม ของ จตุคามรามเทพ(ขุนราม) นั้น กองทัพที่ออกสู้รบ จะมีทหารผู้ถือ ธงรูปหนุมาร นำหน้า ทหารร่วมสงคราม จะมีผ้าโพกหัว และ ผ้าพันกาย ซึ่งมีรูปหนุมาร ที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว ตำราพิชัยสงครามจตุคามรามเทพ มุ่งเน้นสอนให้อำพรางการเคลื่อนทัพ ต้องเคลื่อนทัพอย่างรวดเร็ว และทำการรบ ในเวลากลางคืน เพื่ออำพรางจำนวนทหารของตนเอง และเมื่อสามารถทำลายข้าศึก ได้ตามแผนการแล้ว จะถอนทัพ อย่างรวดเร็ว ไม่นิยมการรบแตกหัก และการทำสงครามยึดพื้นที่อย่างถาวร มุ่งเน้นรักษาชีวิตทหาร เพื่อทำสงครามใหญ่ เข้ายึดครองพื้นที่ เมื่ออยู่ในฐานะได้เปรียบ เป็นหลัก เท่านั้น”

หนุมาน จึงเป็นราชองค์รักษ์ปกป้องรักษาพระราม (พระรามา) ตลอดจนถึงปัจจุบันนี้
ในความเห็นของผู้เขียน คิดว่า เรื่องราวรามเกียรติ์เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา มีหลักฐานเรื่องราวจริงปรากฎอยู่ มีจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอาราม มีการเล่นโขนที่วิจิตรพิศดาร มีความศักดิ์สิทธิ์ของหนุมานที่หลายคนปฏิเสธไม่ได้

เมืองลพบุรี เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนามาแต่โบราณกาล จะมาเล่าเรื่องราวดีๆ ในโอกาสต่อไป

อ้างอิงบางตอนจาก หนังสือ “ตีลังกา สืบหาชมพูทวีป”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น