รายละเอียดมีดังนี้
ปฐมสังคายนาทำขึ้นที่“สัตตบรรณคูหา”(ถ้ำสัตตบรรณหรือถ้ำบัวแดง) อยู่ที่เชิงเขาเวภารบรรพต ใกล้กับ “ถ้ำปิปผลิ” ของพระมหากัสสปะ

ลักษณะของถ้ำสัตตบรรณ
– ประตูถ้ำสัตตบรรณ อยู่ข้างภูเขาเวภารบรรพต
– ถ้ำจะมีการประดับสวยงาม ราวกับพระวิสสุกรรมทำไว้
– ถ้ำมีฝาถ้ำ มีเสา และมีบันไดถ้ำ ที่ประดับประดาด้วยดอกไม้และเถาวัลย์ ราวกับว่าจะสวยกว่าที่อยู่ของกษัตริย์ เยาะเย้ยความงามของวิมานของเทพ
– ราวกับว่าเป็นที่บรรทมของหลวง เหมือนที่ประชุมชั้นดีของหมู่นก คือ ดวงตาแห่งเทพและมนุษย์ และเป็นสถามที่รื่นรมย์ในโลกที่จัดสรรไว้
– ถ้ำให้ตกแต่งเหมือนกับวิมานของพรหม มีเพดานถ้ำงดงามเหมือนกับเอาดอกไม้นานาชนิดมาห้อยไว้ และงดงามไปด้วยดอกไม้บูชาชนิดต่าง ๆ
– พื้นถ้ำทำให้เรียบร้อย เหมือนกับปูด้วยแก้วที่ล้ำค่า
– ภายในถ้ำให้ปูอาสนะ สำหรับพระภิกษุ ๕๐๐ รูป ด้วยเครื่องปูอันหาค่ามิได้
– ปูอาสนะให้พิงด้านทิศใต้ แล้วหันหน้าไปทางทิศเหนือ ตรงกลางมณฑปให้ตั้งธรรมาสน์ ให้เหมาะสมที่จะเป็นที่ประทับนั่งของพระผู้มีพระภาคเจ้า
– ธรรมาสน์นั้นให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกและให้ทำพัดวีช นีที่งดงาม ทำด้วยงาวางไว้บนธรรมาสน์นั้น)
– เป็นที่พระพุทธเจ้าแสดงนิมิตโอภาสแก่พระอานนท์
– พระพุทธเจ้าเคยประทับในถ้ำสัตตบรรณคูหา
– ถ้ำสัตตบรรณคูหา ถ้ำที่ใช้สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรก
การทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๑ (The First Council)
สาเหตุผลการสังคายนา : ปรารภพระสุภัททะกล่าวจ้วงจาบพระธรรมวินัย
ทำเมื่อ : พระศาสดาปรินิพพานล่วงแล้วได้ ๓ เดือน
สถานที่ทำ : กระทำที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ
เวลาทำ : ทำอยู่ ๗ เดือนจึงสำเร็จ
จำนวนพระสงฆ์ : พระอรหันต์ขีณาสพ ๕๐๐ รูป
ประธานสงฆ์ : พระมหากัสสปเถระ
ผู้วิสัชชนาพระวินัย : พระอุบาลีเถระ
ผู้วิสัชชนาพระธรรม : พระอานนท์เถระ
ผู้อุปถัมภ์ : พระเจ้าอชาตศัตรู แห่งกรุงราชคฤห์
ถ้ำสัตตบรรณคูหา ปัจจุบัน คือ ถ้ำแก้ว อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ

ท้องที่อำเภอภักดีชุมพลเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอหนองบัวแดง ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอภักดีชุมพล เมื่อ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2531
คำขวัญ: เมืองบ่อทองคำ ลำน้ำเจียงเจา ภูเขาล้อมรอบ ขอบรอยต่อสามภาค หลากหลายพืชผล ประชาชนภักดี มากมีน้ำตก มรดกถ้ำแก้ว มาเที่ยวแล้วไม่ผิดหวัง
ถ้ำแก้ว เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในอำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ

ลักษณะของถ้ำแก้ว
• คล้ายห้องโถงลึกลงไปในภูเขา บรรยากาศเย็นและชื้นตลอดเวลา จากปากถ้ำมีทางเดินลงลึกไปถึงด้านล่างมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ และมีหินย้อย อยู่ตามผนังถ้ำ เมื่อต้องแสงเกิดเป็นประกายแวววาวสวยงาม
• ในถ้ำมีลักษณะเป็นที่กว้าง พื้นถ้ำราบเรียบ ผนังถ้ำมีเกล็ดหินส่องประกายระยิบระยับงดงามตา มีซอกเล็กซอกน้อยมากมาย
• ผนังถ้ำบางส่วนเหมือนฉาบด้วยทองคำ บางส่วนมีประกายแวววาว

• มีหินคล้ายเสาต้นใหญ่ อยู่ในถ้ำ
• มีรอยพระพุทธบาท
• มีน้ำให้ดื่มกินตลอดเวลา
• มีลักษณะโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก

“สัตตบรรณคูหา” หรือถ้ำบัวแดง เชิงเขาเวภารบรรพต ใกล้กับ “ถ้ำปิปผลิ” ของพระมหากัสสปะ
เมื่อหาราชคฤห์ หาแคว้นมคธเจอ ก็จะหาที่เหลือเจอ ถ้ำสัตตบรรณ ถ้ำปิปผลิอยู่ใกล้กัน เขาคิชฌกูฏ อยู่ไม่ไกล ทิศทางต่างๆ ได้ถูกกำหนดไว้ในพระไตรปิฎกแล้ว ถ้าเรามาศึกษาพระไตรปิฎกกันอย่างถ่องแท้ เราจะเห็นความจริงที่พระไตรปิฎกได้กล่าวไว้ทุกประการ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น